ความแตกต่างระหว่างหินเทียม VS หินสังเคราะห์

หินเทียมและหินสังเคราะห์ คือ วัสดุทดแทนที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งเดียวกัน ด้วยความที่มีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกันมากนั่นเอง แต่อันที่จริงแล้วหินทั้ง 2 ประเภทนี้มีข้อแตกต่างกันอยู่บ้างพอสมควร ซึ่งสามารถทำความเข้าได้ดังต่อไปนี้

  1. หินเทียม (Composite Stone) ผลิตขึ้นด้วยการนำหินแท้มาบดแล้วนำกลับมาอัดเป็นแผ่นอีกครั้งโดยใช้เรซินเป็นตัวประสาน
  2. หินสังเคราะห์ (Solid surface) ทำจากพลาสติก ไม่มีส่วนผสมของหิน แต่มักจะมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวที่ทางผู้ผลิตใส่เพิ่มเข้ามา เช่น สารป้องกันรังสียูวี สารยับยั้งเชื้อราหรือแบคทีเรีย เทคโนโลยี Auto-Clean เป็นต้น ส่วนรูปร่าง ดีไซน์พื้นผิวมีหลากหลายขึ้นอยู่กับคอนเซปต์ ทั้งนี้หินสังเคราะห์บางแบรนด์อาจมีราคาสูงกว่าหินธรรมชาติด้วย หินสังเคราะห์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
  • แบบอะคริลิค 100% หินจะมีสีและลวดลายสวยสม่ำเสมอทั่วทั้งก้อน ไม่มีรูพรุน ไม่ซึมน้ำ จุดเด่นคือไม่ลามไฟ บิดงอได้ตามใจ จึงติดตั้งได้ง่าย แต่ราคาจะแพงกว่าหินธรรมชาติ
  • แบบอะคริลิคผสมโพลีเอสเตอร์ มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น ทนร้อน ทนชื้น ไม่ดูดซึมน้ำ แต่จะแข็งและบิดงอได้น้อยกว่าหินสังเคราะห์อะคริลิค 100%

เลือกหินเทียมหรือหินสังเคราะห์ดี?

หินทั้ง 2 ประเภทมีความเหมือนกันมาก หากดูแค่ภายนอกอาจจะแยกกันแทบไม่ออก การใช้ประโยชน์ก็คล้ายคลึงกัน เช่น ปูพื้น กรุผนัง ใช้เป็นวัสดุปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ ทำใช้สุขภัณฑ์ เป็นต้น แต่หินเทียมยังมีส่วนประกอบหลักเป็นหิน ราคามักจะถูกกว่าหินแท้และหินสังเคราะห์ ส่วนหินสังเคราะห์คือหินเสมือนจริงที่มีคุณสมบัติพิเศษ ส่วนใหญ่มักมีราคาแพง เพราะฉะนั้นหากถามว่าหินแบบไหนดีกว่ากัน ก็ขึ้นอยู่กับโจทย์ความต้องการของลูกค้า

สำหรับข้อมูลของหินเทียมและหินแท้ที่ทางเราได้รวบรวมมาฝากกัน หวังว่าทุกคนจะเข้าใจหินทั้ง 2 ประเภทกันมากขึ้นและสามารถเลือกซื้อมาใช้ได้ตรงตามความต้องการ วัสดุตกแต่งแต่ละประเภทมักมีคุณสมบัติรวมไปถึงข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน การศึกษารายละเอียดของวัสดุต่างๆจนเข้าใจดี จะช่วยให้เลือกวัสดุตกแต่งได้เหมาะสมกับบ้านมากยิ่งขึ้น

การใช้หินขัด Terrazzo  ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน

“หินขัด” เป็นอีกหนึ่งวัสดุตกแต่งที่ได้รับความนิยมใช้ในหลายพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะใช้ตกแต่งอาคารแล้วยังสามารถใช้ทำท็อปเฟอร์นิเจอร์ได้อีกด้วย ว่าแต่หินขัดคืออะไร เหมาะสำหรับบใช้งานแบบใดบ้าง ลองมาหาคำตอบดูกัน

หินขัด คืออะไร

หินขัด (Terrazzo) คือหินที่ผลิตขึ้นจากการผสมหินเกล็ด ซีเมนต์ น้ำและสีซีเมนต์เข้าด้วยกัน จากนั้นเทหล่อแล้วรอจนกว่าจะแห้ง ขัดผิวหน้าให้มันเงา จากนั้นนำมาตัดเป็นแผ่นพร้อมใช้งาน การปูหินขัดจะสังเกตเห็นรอยต่อเป็นระยะ ถึงแม้จะไม่ดูเป็นแผ่นเดียวกัน แต่ข้อดีคือเมื่อเกิดรอยร้าวแตกร้าวสามารถซ่อมเฉพาะจุดได้ อีกทั้งรอยต่อยังสามารถดีไซน์ให้มีลวดลายที่โดดเด่นสวยงามได้เช่นเดียวกัน หินขัดมีราคาที่ถูกกว่าหินอ่อนหรือหินแกรนิตมากพอสมควร ทำให้เป็นวัสดุตกแต่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลย โดยเฉพาะการปูฟื้นเพราะราคาย่อมเยา แต่ยังคงสวยงามและให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ

การใช้งานหินขัดแต่ละประเภท

หินขัดมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท บางประเภทมีส่วนผสมอื่นๆนอกจากหินเกล็ดด้วย เช่น เรซิ่นกระจกสี เปลือกหอยฯลฯ เพื่อเพิ่มความโดดเด่นสวยงามนั่นเอง โดยหินแต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งาน ดังนี้

  1. Cement Terrazzo เป็นหินขัดที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดีมากที่สุด จุดเด่นคือความแข็งแรงทนทานและใช้งานได้อย่างเอนกประสงค์ เหมาะสำหรับพื้นที่กว้างๆที่มีคนพลุกพล่าน เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล สนามบิน เป็นต้น
  2. Epoxy Terrazzo เป็นหินขัดที่มีความสวยงามโดดเด่น ยืดหยุ่นสูง ดูแลง่าย แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องความทนทานต่อสภาพอากาศ ทำให้หินขัดประเภทนี้ไม่เหมาะสำหรับใช้งานภายนอก
  3. Rustic Terrazzo เป็นหินที่มีความขรุขระแฝงอยู่ในความเรียบ จึงช่วยลดความลื่นได้ดี โดยหินขัดประเภทนี้นิยมใช้กันบริเวณภายนอกอาคารหรือพื้นบริเวณรอบๆ น้ำพุ น้ำตกและสระว่ายน้ำ
  4. Bonded Terrazzo เป็นหินขัดที่ใช้ปูนซีเมนต์ฉาบด้านบนประมาณ ½ นิ้ว โดยด้านล่างจะเป็นแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีปูนทรายทาทับอยู่ หินขัดประเภทนี้สามารถใช้ได้ทั้งในและนอกอาคาร
  5. Sand Cushion Terrazzo เป็นพื้นหินขัดซีเมนต์หนา ½ นิ้วแบบเดียวกับ BondedTerrazzo แต่วัสดุข้างล่างจะแตกต่างกันโดย Sand Cushion Terrazzo จะวางซีเมนต์บนวัสดุหลายชั้น เช่น ตาข่าย ตะแกรงฯลฯ โดยอาจจะมีวัสดุบางชนิดอย่างชั้นทรายหรือฉนวนกันความร้อนกั้นในแต่ละชั้น หินขัดประเภทนี้มีจุดเด่นคือสามารถรองรับการโก่งตัวหรือการเคลื่อนไหวของพื้นได้

หินขัดเป็นวัสดุที่มีความสวยงาม แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้หลากหลายและดูแลรักษาง่าย สิ่งที่ควรระวังมีเพียงการเกิดร้อยร้าวได้ง่ายหากช่างไม่มีความชำนาญ เพราะฉะนั้นก่อนจะนำหินขัดมาใช้ตกแต่งบ้านก็อย่าลืมเลือกช่างกันให้ดีๆ ไม่อย่างนั้นอาจเสียเงินซ้ำหลายรอบสำหรับแก้ไขงานนั่นเอง

Showing 1–12 of 79 results

Show sidebar